การอาบน้ำละหมาด (วุฎูอ์)

การอาบน้ำละหมาด (วุฎูอ์)
ความหมายของวุฎูอ์
ตามหลักภาษา วุฎูอ์ หมายถึง ความสะอาด ความสว่าง และความงดงาม
ตามหลักศาสนา วุฎูอ์ คือ การใช้น้ำชำระอวัยวะที่กำหนดไว้ตามแบบแผนของศาสนา พร้อมกับการตั้งเจตนา (เนียต)
คำว่า “วุฎูอ์” ยังใช้เรียก น้ำที่ใช้ในการอาบน้ำละหมาด ด้วย
ฟัรฎู (สิ่งจำเป็น) ของการอาบน้ำละหมาด
ฟัรฎูของการอาบน้ำละหมาดมี 6 ประการ ตามอัลกุรอานและซุนนะฮ์
อัลลอฮ์ตรัสว่า (อัลมาอิดะฮ์ 5:6)
“โอ้บรรดาผู้ศรัทธา เมื่อพวกเจ้าประสงค์จะละหมาด ก็จงล้างหน้าของพวกเจ้า และมือของพวกเจ้าจนถึงข้อศอก และจงเช็ดศีรษะของพวกเจ้า และจงล้างเท้าของพวกเจ้าจนถึงตาตุ่ม”
ฟัรฎูทั้ง 6 ได้แก่
- การตั้งเจตนา (เนียต)
- ล้างหน้า
- ล้างมือทั้งสองข้างจนถึงข้อศอก
- เช็ดบางส่วนของศีรษะ
- ล้างเท้าทั้งสองข้างจนถึงตาตุ่ม
- เรียงลำดับตามที่กำหนด
1. การตั้งเจตนา (เนียต)
การอาบน้ำละหมาดเป็นอิบาดะฮ์ จึงต้องมีการตั้งเจตนา
ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า
“แท้จริงการงานทั้งหลายขึ้นอยู่กับเจตนา”
ความหมายของเนียต
- ตามภาษา: การตั้งใจแน่วแน่
- ตามศาสนา: การตั้งใจในหัวใจเพื่ออาบน้ำละหมาดสำหรับการอิบาดะฮ์
ที่ตั้งของเนียต คือ หัวใจ ไม่จำเป็นต้องกล่าวออกเสียง
เวลาเนียต คือ ขณะเริ่มล้างหน้า
2. ล้างหน้า
ขอบเขตของหน้า คือ
- จากไรผมถึงคาง
- จากหูข้างหนึ่งถึงอีกข้างหนึ่ง
สิ่งที่อยู่บนหน้า เช่น คิ้ว หนวด เครา ถือเป็นส่วนหนึ่งของหน้า
- หากเคราบาง ต้องให้น้ำถึงผิวหนังด้านใน
- หากเคราหนามาก ล้างเฉพาะด้านนอกก็เพียงพอ
3. ล้างมือทั้งสองข้างจนถึงข้อศอก
ต้องล้างตั้งแต่นิ้วมือ ฝ่ามือ ท่อนแขน จนถึงข้อศอก
ข้อศอกถือเป็นส่วนที่ต้องล้างรวมด้วย
หากมีส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ได้ถูกน้ำ แม้เพียงเล็กน้อย วุฎูอ์ใช้ไม่ได้
4. เช็ดบางส่วนของศีรษะ
อัลลอฮ์ตรัสว่า
“และจงเช็ดศีรษะของพวกเจ้า”
การเช็ด เพียงบางส่วนของศีรษะก็เพียงพอ
มีรายงานว่า ท่านนบี ﷺ
- เช็ดศีรษะของท่าน
- บางครั้งเช็ดบนผ้าโพกศีรษะ
- บางครั้งเช็ดเพียงส่วนหนึ่งของศีรษะ
แสดงว่าการเช็ดบางส่วนของศีรษะใช้ได้
5. ล้างเท้าทั้งสองข้างจนถึงตาตุ่ม
ตาตุ่มต้องรวมอยู่ในการล้างด้วย
ท่านนบี ﷺ เตือนอย่างรุนแรงเกี่ยวกับการไม่ล้างส้นเท้า โดยกล่าวว่า
“วิบัติแก่ส้นเท้าจากไฟนรก”
หากมีส่วนใดของเท้าไม่ได้ถูกน้ำ วุฎูอ์ถือว่าไม่สมบูรณ์
6. เรียงลำดับตามที่กำหนด
ต้องเรียงลำดับตามอายะฮ์ในอัลกุรอาน คือ
หน้า → มือ → ศีรษะ → เท้า
ท่านนบี ﷺ อาบน้ำละหมาดตามลำดับนี้เสมอ และไม่มีรายงานว่าท่านเปลี่ยนลำดับ
ซุนนะฮ์ (สิ่งที่ท่านนบี ﷺ ปฏิบัติ) ในการอาบน้ำละหมาด
ซุนนะฮ์ที่สำคัญ ได้แก่
- กล่าว “บิสมิลลาฮ์” ตอนเริ่ม
- ล้างมือก่อน
- บ้วนปาก
- สูดน้ำเข้าจมูกและสั่งออก
- ล้างอวัยวะแต่ละส่วนสามครั้ง
- เริ่มจากด้านขวา
- ถูอวัยวะขณะล้าง
- ทำต่อเนื่องไม่เว้นช่วงนาน
- ใช้น้ำอย่างพอดี
- อ่านดุอาอ์หลังเสร็จ
ดุอาอ์หลังอาบน้ำละหมาด
ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า
“ผู้ใดอาบน้ำละหมาดอย่างสมบูรณ์ แล้วกล่าวว่า
‘ข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์ และข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่ามุฮัมมัดเป็นบ่าวและศาสนทูตของพระองค์’
ประตูสวรรค์ทั้งแปดจะถูกเปิดให้เขา”
สิ่งที่มักรูห์ (ไม่พึงกระทำ) ในการอาบน้ำละหมาด
- ใช้น้ำมากเกินไป
- ล้างเกินสามครั้ง
- สาดน้ำโดยไม่จำเป็น
- ละเลยซุนนะฮ์โดยไม่มีเหตุ
การกระทำที่มีเงื่อนไขกำหนดว่าต้องมีน้ำละหมาด
1. การละหมาด
อัลลอฮ์จะไม่ทรงรับการละหมาดของผู้ใด หากเขามีหะดัษ (เสียความสะอาด) จนกว่าเขาจะอาบน้ำละหมาดก่อน
ดังที่ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า
“อัลลอฮ์จะไม่ทรงรับการละหมาดของคนหนึ่งในหมู่พวกท่าน เมื่อเขาเกิดหะดัษ จนกว่าเขาจะอาบน้ำละหมาด”
และมีรายงานอีกบทว่า
“จะไม่ทรงรับการละหมาดใด ๆ หากปราศจากความสะอาด”
สรุปความหมาย
การละหมาดทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นฟัรฎู ซุนนะฮ์ หรือการละหมาดทั่วไป ล้วนต้องมีวุฎูอ์ก่อน หากไม่มีวุฎูอ์ การละหมาดนั้นถือว่าใช้ไม่ได้
ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า
“อัลลอฮ์จะไม่ทรงรับการละหมาดของคนใดในหมู่พวกท่าน หากเขาเกิดหะดัษ (เสียความสะอาด) จนกว่าเขาจะอาบน้ำละหมาด”
(บันทึกโดยบุคอรี และมุสลิม)
อีกบทหนึ่งระบุว่า
“จะไม่ทรงรับการละหมาดใด ๆ หากปราศจากความสะอาด (ฏุฮูร)”
ความหมายโดยรวม
การละหมาดจะใช้ไม่ได้ หากผู้ละหมาดอยู่ในสภาพมีหะดัษและยังไม่ได้อาบน้ำละหมาดให้ถูกต้อง
2. เฏาะวาฟรอบกะอ์บะฮ์
การเฏาะวาฟ (เดินเวียนรอบกะอ์บะฮ์) มีสถานะเหมือนการละหมาด
ท่านนบี ﷺ กล่าวว่าโดยความหมายว่า
“การเฏาะวาฟรอบบ้าน (กะอ์บะฮ์) ก็เหมือนการละหมาด เว้นแต่พวกท่านสามารถพูดได้ แต่ผู้ใดพูด ก็จงพูดแต่สิ่งดี”
ผลทางฟิกฮ์
- ผู้ที่ทำเฏาะวาฟต้องมีวุฎูอ์
- หากพูดขณะเฏาะวาฟ ต้องพูดแต่สิ่งที่ดี ไม่พูดสิ่งไร้สาระหรือบาป
3. การจับอัลกุรอานและการนำพาอัลกุรอาน
อัลลอฮ์ตรัสว่า
“จะไม่มีผู้ใดแตะต้องอัลกุรอานได้นอกจากผู้ที่สะอาดเท่านั้น”
(อัลวากิอะฮ์ : 79)
ท่านนบี ﷺ กล่าวว่าโดยความหมายว่า
“อย่าแตะต้องอัลกุรอาน เว้นแต่ผู้ที่อยู่ในสภาพสะอาด”
สรุป
- ผู้ที่ไม่มีวุฎูอ์ ไม่ควรจับอัลกุรอานโดยตรง
- การอ่านจากความจำ หรือดูโดยไม่จับ (ตามทัศนะนักวิชาการจำนวนมาก) อนุโลมได้
รูปแบบสมบูรณ์ของการอาบน้ำละหมาดของท่านนบี ﷺ
มีรายงานโดยท่านอุษมาน บิน อัฟฟาน (ร.ฎ.) ว่า
ท่านนบี ﷺ อาบน้ำละหมาดโดย
- ล้างมือสามครั้ง
- บ้วนปากและสูดน้ำเข้าจมูก
- ล้างหน้า
- ล้างมือถึงข้อศอก
- เช็ดศีรษะ
- ล้างเท้า
ทุกขั้นตอนทำ สามครั้ง และเรียงลำดับ
สิ่งที่ทำให้เสียนำ้ละหมาด
- สิ่งใด ๆ ออกมาจากทวารหน้า หรือทวารหลัง
เช่น ปัสสาวะ อุจจาระ ลม เลือด ฯลฯ - การหลับลึก
- หากหลับในลักษณะที่ไม่รู้สึกตัว วุฎูอ์เสีย
- หากงีบหลับเล็กน้อยในท่านั่งมั่นคง วุฎูอ์ไม่เสีย (ตามทัศนะหนึ่ง)
- หมดสติ
เช่น เป็นลม เมา หรือวิกลจริต - การสัมผัสสตรี
มีความเห็นแตกต่างในหมู่นักวิชาการ
- บางทัศนะถือว่าเสียวุฎูอ์
- บางทัศนะถือว่าไม่เสีย เว้นแต่มีน้ำกาม/น้ำเมือกออกมา
- การสัมผัสอวัยวะเพศโดยตรง
โดยไม่มีสิ่งกั้น (ตามหะดีษหลายบท)
สรุป
- วุฎูอ์เป็นเงื่อนไขสำคัญของอิบาดะฮ์หลายประการ
- การละหมาด เฏาะวาฟ และการจับอัลกุรอาน ต้องอยู่ในสภาพสะอาด
- สิ่งที่ทำให้วุฎูอ์เสียมีหลายกรณี ต้องระวังให้ดี
- ฟิกฮ์บางประเด็นมีความเห็นต่าง ควรยึดแนวทางมัซฮับที่ศึกษาอยู่
- วุฎูอ์เป็นเงื่อนไขสำคัญของการละหมาด
- มีฟัรฎู 6 ประการ หากขาดข้อใดข้อหนึ่ง วุฎูอ์ใช้ไม่ได้
- ซุนนะฮ์ช่วยให้วุฎูอ์สมบูรณ์และมีผลบุญมากขึ้น
- วุฎูอ์คือความสะอาดทั้งร่างกายและจิตใจ
เสร็จสิ้นบทเรียนนี้แล้ว?
กลับไปดูบทเรียนทั้งหมดและเลือกบทถัดไปที่สนใจ
