Islamic Study Logo
กลับไปหลักการปฏิบัติ

การอาบน้ำละหมาด (วุฎูอ์)

12 นาที
แอดมิน
หลักการปฏิบัติ
การอาบน้ำละหมาด (วุฎูอ์)

การอาบน้ำละหมาด (วุฎูอ์)

ความหมายของวุฎูอ์

ตามหลักภาษา วุฎูอ์ หมายถึง ความสะอาด ความสว่าง และความงดงาม
ตามหลักศาสนา วุฎูอ์ คือ การใช้น้ำชำระอวัยวะที่กำหนดไว้ตามแบบแผนของศาสนา พร้อมกับการตั้งเจตนา (เนียต)

คำว่า “วุฎูอ์” ยังใช้เรียก น้ำที่ใช้ในการอาบน้ำละหมาด ด้วย


ฟัรฎู (สิ่งจำเป็น) ของการอาบน้ำละหมาด

ฟัรฎูของการอาบน้ำละหมาดมี 6 ประการ ตามอัลกุรอานและซุนนะฮ์

อัลลอฮ์ตรัสว่า (อัลมาอิดะฮ์ 5:6)

“โอ้บรรดาผู้ศรัทธา เมื่อพวกเจ้าประสงค์จะละหมาด ก็จงล้างหน้าของพวกเจ้า และมือของพวกเจ้าจนถึงข้อศอก และจงเช็ดศีรษะของพวกเจ้า และจงล้างเท้าของพวกเจ้าจนถึงตาตุ่ม”

ฟัรฎูทั้ง 6 ได้แก่

  1. การตั้งเจตนา (เนียต)
  2. ล้างหน้า
  3. ล้างมือทั้งสองข้างจนถึงข้อศอก
  4. เช็ดบางส่วนของศีรษะ
  5. ล้างเท้าทั้งสองข้างจนถึงตาตุ่ม
  6. เรียงลำดับตามที่กำหนด

1. การตั้งเจตนา (เนียต)

การอาบน้ำละหมาดเป็นอิบาดะฮ์ จึงต้องมีการตั้งเจตนา

ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า

“แท้จริงการงานทั้งหลายขึ้นอยู่กับเจตนา”

ความหมายของเนียต

  • ตามภาษา: การตั้งใจแน่วแน่
  • ตามศาสนา: การตั้งใจในหัวใจเพื่ออาบน้ำละหมาดสำหรับการอิบาดะฮ์

ที่ตั้งของเนียต คือ หัวใจ ไม่จำเป็นต้องกล่าวออกเสียง
เวลาเนียต คือ ขณะเริ่มล้างหน้า


2. ล้างหน้า

ขอบเขตของหน้า คือ

  • จากไรผมถึงคาง
  • จากหูข้างหนึ่งถึงอีกข้างหนึ่ง

สิ่งที่อยู่บนหน้า เช่น คิ้ว หนวด เครา ถือเป็นส่วนหนึ่งของหน้า

  • หากเคราบาง ต้องให้น้ำถึงผิวหนังด้านใน
  • หากเคราหนามาก ล้างเฉพาะด้านนอกก็เพียงพอ

3. ล้างมือทั้งสองข้างจนถึงข้อศอก

ต้องล้างตั้งแต่นิ้วมือ ฝ่ามือ ท่อนแขน จนถึงข้อศอก
ข้อศอกถือเป็นส่วนที่ต้องล้างรวมด้วย

หากมีส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ได้ถูกน้ำ แม้เพียงเล็กน้อย วุฎูอ์ใช้ไม่ได้


4. เช็ดบางส่วนของศีรษะ

อัลลอฮ์ตรัสว่า

“และจงเช็ดศีรษะของพวกเจ้า”

การเช็ด เพียงบางส่วนของศีรษะก็เพียงพอ
มีรายงานว่า ท่านนบี ﷺ

  • เช็ดศีรษะของท่าน
  • บางครั้งเช็ดบนผ้าโพกศีรษะ
  • บางครั้งเช็ดเพียงส่วนหนึ่งของศีรษะ

แสดงว่าการเช็ดบางส่วนของศีรษะใช้ได้


5. ล้างเท้าทั้งสองข้างจนถึงตาตุ่ม

ตาตุ่มต้องรวมอยู่ในการล้างด้วย

ท่านนบี ﷺ เตือนอย่างรุนแรงเกี่ยวกับการไม่ล้างส้นเท้า โดยกล่าวว่า

“วิบัติแก่ส้นเท้าจากไฟนรก”

หากมีส่วนใดของเท้าไม่ได้ถูกน้ำ วุฎูอ์ถือว่าไม่สมบูรณ์


6. เรียงลำดับตามที่กำหนด

ต้องเรียงลำดับตามอายะฮ์ในอัลกุรอาน คือ
หน้า → มือ → ศีรษะ → เท้า

ท่านนบี ﷺ อาบน้ำละหมาดตามลำดับนี้เสมอ และไม่มีรายงานว่าท่านเปลี่ยนลำดับ


ซุนนะฮ์ (สิ่งที่ท่านนบี ﷺ ปฏิบัติ) ในการอาบน้ำละหมาด

ซุนนะฮ์ที่สำคัญ ได้แก่

  1. กล่าว “บิสมิลลาฮ์” ตอนเริ่ม
  2. ล้างมือก่อน
  3. บ้วนปาก
  4. สูดน้ำเข้าจมูกและสั่งออก
  5. ล้างอวัยวะแต่ละส่วนสามครั้ง
  6. เริ่มจากด้านขวา
  7. ถูอวัยวะขณะล้าง
  8. ทำต่อเนื่องไม่เว้นช่วงนาน
  9. ใช้น้ำอย่างพอดี
  10. อ่านดุอาอ์หลังเสร็จ

ดุอาอ์หลังอาบน้ำละหมาด

ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า

“ผู้ใดอาบน้ำละหมาดอย่างสมบูรณ์ แล้วกล่าวว่า
‘ข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่าไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ์ และข้าพเจ้าขอปฏิญาณว่ามุฮัมมัดเป็นบ่าวและศาสนทูตของพระองค์’
ประตูสวรรค์ทั้งแปดจะถูกเปิดให้เขา”


สิ่งที่มักรูห์ (ไม่พึงกระทำ) ในการอาบน้ำละหมาด

  • ใช้น้ำมากเกินไป
  • ล้างเกินสามครั้ง
  • สาดน้ำโดยไม่จำเป็น
  • ละเลยซุนนะฮ์โดยไม่มีเหตุ

การกระทำที่มีเงื่อนไขกำหนดว่าต้องมีน้ำละหมาด

1. การละหมาด

อัลลอฮ์จะไม่ทรงรับการละหมาดของผู้ใด หากเขามีหะดัษ (เสียความสะอาด) จนกว่าเขาจะอาบน้ำละหมาดก่อน

ดังที่ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า

“อัลลอฮ์จะไม่ทรงรับการละหมาดของคนหนึ่งในหมู่พวกท่าน เมื่อเขาเกิดหะดัษ จนกว่าเขาจะอาบน้ำละหมาด”
และมีรายงานอีกบทว่า
“จะไม่ทรงรับการละหมาดใด ๆ หากปราศจากความสะอาด”

สรุปความหมาย
การละหมาดทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นฟัรฎู ซุนนะฮ์ หรือการละหมาดทั่วไป ล้วนต้องมีวุฎูอ์ก่อน หากไม่มีวุฎูอ์ การละหมาดนั้นถือว่าใช้ไม่ได้

ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า

“อัลลอฮ์จะไม่ทรงรับการละหมาดของคนใดในหมู่พวกท่าน หากเขาเกิดหะดัษ (เสียความสะอาด) จนกว่าเขาจะอาบน้ำละหมาด”
(บันทึกโดยบุคอรี และมุสลิม)

อีกบทหนึ่งระบุว่า

“จะไม่ทรงรับการละหมาดใด ๆ หากปราศจากความสะอาด (ฏุฮูร)”

ความหมายโดยรวม
การละหมาดจะใช้ไม่ได้ หากผู้ละหมาดอยู่ในสภาพมีหะดัษและยังไม่ได้อาบน้ำละหมาดให้ถูกต้อง


2. เฏาะวาฟรอบกะอ์บะฮ์

การเฏาะวาฟ (เดินเวียนรอบกะอ์บะฮ์) มีสถานะเหมือนการละหมาด
ท่านนบี ﷺ กล่าวว่าโดยความหมายว่า

“การเฏาะวาฟรอบบ้าน (กะอ์บะฮ์) ก็เหมือนการละหมาด เว้นแต่พวกท่านสามารถพูดได้ แต่ผู้ใดพูด ก็จงพูดแต่สิ่งดี”

ผลทางฟิกฮ์

  • ผู้ที่ทำเฏาะวาฟต้องมีวุฎูอ์
  • หากพูดขณะเฏาะวาฟ ต้องพูดแต่สิ่งที่ดี ไม่พูดสิ่งไร้สาระหรือบาป

3. การจับอัลกุรอานและการนำพาอัลกุรอาน

อัลลอฮ์ตรัสว่า

“จะไม่มีผู้ใดแตะต้องอัลกุรอานได้นอกจากผู้ที่สะอาดเท่านั้น”
(อัลวากิอะฮ์ : 79)

ท่านนบี ﷺ กล่าวว่าโดยความหมายว่า

“อย่าแตะต้องอัลกุรอาน เว้นแต่ผู้ที่อยู่ในสภาพสะอาด”

สรุป

  • ผู้ที่ไม่มีวุฎูอ์ ไม่ควรจับอัลกุรอานโดยตรง
  • การอ่านจากความจำ หรือดูโดยไม่จับ (ตามทัศนะนักวิชาการจำนวนมาก) อนุโลมได้

รูปแบบสมบูรณ์ของการอาบน้ำละหมาดของท่านนบี ﷺ

มีรายงานโดยท่านอุษมาน บิน อัฟฟาน (ร.ฎ.) ว่า
ท่านนบี ﷺ อาบน้ำละหมาดโดย

  1. ล้างมือสามครั้ง
  2. บ้วนปากและสูดน้ำเข้าจมูก
  3. ล้างหน้า
  4. ล้างมือถึงข้อศอก
  5. เช็ดศีรษะ
  6. ล้างเท้า
    ทุกขั้นตอนทำ สามครั้ง และเรียงลำดับ

สิ่งที่ทำให้เสียนำ้ละหมาด

  1. สิ่งใด ๆ ออกมาจากทวารหน้า หรือทวารหลัง
    เช่น ปัสสาวะ อุจจาระ ลม เลือด ฯลฯ
  2. การหลับลึก
  • หากหลับในลักษณะที่ไม่รู้สึกตัว วุฎูอ์เสีย
  • หากงีบหลับเล็กน้อยในท่านั่งมั่นคง วุฎูอ์ไม่เสีย (ตามทัศนะหนึ่ง)
  1. หมดสติ
    เช่น เป็นลม เมา หรือวิกลจริต
  2. การสัมผัสสตรี
    มีความเห็นแตกต่างในหมู่นักวิชาการ
  • บางทัศนะถือว่าเสียวุฎูอ์
  • บางทัศนะถือว่าไม่เสีย เว้นแต่มีน้ำกาม/น้ำเมือกออกมา
  1. การสัมผัสอวัยวะเพศโดยตรง
    โดยไม่มีสิ่งกั้น (ตามหะดีษหลายบท)


สรุป

  • วุฎูอ์เป็นเงื่อนไขสำคัญของอิบาดะฮ์หลายประการ
  • การละหมาด เฏาะวาฟ และการจับอัลกุรอาน ต้องอยู่ในสภาพสะอาด
  • สิ่งที่ทำให้วุฎูอ์เสียมีหลายกรณี ต้องระวังให้ดี
  • ฟิกฮ์บางประเด็นมีความเห็นต่าง ควรยึดแนวทางมัซฮับที่ศึกษาอยู่
  • วุฎูอ์เป็นเงื่อนไขสำคัญของการละหมาด
  • มีฟัรฎู 6 ประการ หากขาดข้อใดข้อหนึ่ง วุฎูอ์ใช้ไม่ได้
  • ซุนนะฮ์ช่วยให้วุฎูอ์สมบูรณ์และมีผลบุญมากขึ้น
  • วุฎูอ์คือความสะอาดทั้งร่างกายและจิตใจ

เสร็จสิ้นบทเรียนนี้แล้ว?

กลับไปดูบทเรียนทั้งหมดและเลือกบทถัดไปที่สนใจ