
ประเภทของน้ำ (อักซามุล-มิยาห์)
น้ำแบ่งออกเป็น สี่ประเภท คือ
- สะอาดในตัวเอง และใช้ทำความสะอาดสิ่งอื่นได้
- สะอาด ใช้ทำความสะอาดได้ แต่มีกฎรุกฮ์ให้ใช้
- สะอาด แต่ใช้ทำความสะอาดไม่ได้
- น้ำที่มีนะญิสตกลงไป
ประเภทที่ 1 : สะอาดในตัวเอง ใช้ทำความสะอาดสิ่งอื่นได้
(อัฏฏอฮิร อัลมุเฏาะฮิร)
คือน้ำมุฏลัก ที่ยังอยู่ในสภาพเดิมที่ถูกสร้างมา และยังคงเรียกว่าน้ำมุฏลัก
แม้ว่าจะมีการโยกย้ายด้วยเหตุที่น้ำอยู่นิ่งเป็นเวลานาน
หรือเกิดจากสาเหตุทางธรรมชาติ เช่น ดินหรือออกแร่
หรือโยกย้ายด้วยสาเหตุของสถานที่ เช่น น้ำอยู่ในที่กำบัง
หรือน้ำไหลผ่าน เช่น น้ำที่อยู่ในแหล่งน้ำที่มีภาชนะ
หรือไหลผ่านดินที่มีภาชนะ
ทั้งนี้เพราะลักษณะดังกล่าวไม่ทำให้น้ำหลุดพ้นจากความเป็นน้ำมุฏลัก
หลักฐานที่แสดงว่าน้ำมุฏลักเป็นน้ำสะอาด ได้แก่ หะดีษที่รายงานโดยบุคอรีย์ (217) และผู้อื่น
จากอบูฮุร็อยเราะฮ์ (ร.ฎ.) กล่าวว่า
มีอาหรับชนบทคนหนึ่งลุกขึ้นปัสสาวะในมัสยิด
ผู้คนจึงลุกขึ้นไปห้ามเขา
ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า
“จงปล่อยเขาเถิด และจงเทน้ำหนึ่งถัง
หรือหนึ่งภาชนะลงบนปัสสาวะของเขา
แท้จริงพวกท่านถูกส่งมาเพื่ออำนวยความสะดวก
มิใช่ถูกส่งมาเพื่อทำให้ยากลำบาก”
ประเภทที่ 2 : สะอาด ใช้ทำความสะอาดได้ แต่มีกฎรุกฮ์ให้ใช้
(อัฏฏอฮิร อัลมักรูฮ์)
คือน้ำที่ถูกแดดร้อนจัด โดยมักรุกฮ์ให้ใช้น้ำนั้น
ภายใต้เงื่อนไขสามประการ คือ
- ต้องอยู่ในประเทศเขตร้อน
- น้ำถูกใส่ไว้ในภาชนะที่เกิดสนิมได้
นอกจากภาชนะเงินหรือทอง เช่น เหล็ก ทองแดง
และภาชนะอื่น ๆ ที่เป็นโลหะ - ใช้น้ำนั้นกับร่างกายมนุษย์
อิหม่ามชาฟิอี และอิหม่ามอุมัร ได้กล่าวจากอุมัร (ร.ฎ.) ว่า
“ฉันไม่รังเกียจน้ำที่ถูกแดด
เว้นแต่ในด้านการแพทย์เท่านั้น”
และมีรายงานว่า น้ำถูกแดดอาจทำให้เกิดโรคผิวหนัง
อย่างไรก็ตาม น้ำประเภทนี้ ยังถือเป็นน้ำมุฏลัก
และสามารถใช้ทำความสะอาดได้ตามหลักศาสนา
ประเภทที่ 3 : สะอาด แต่ใช้ทำความสะอาดไม่ได้
(อัฏฏอฮิร ฆ็อยรุลมุเฏาะฮิร)
มีสองแบบ คือ
แบบที่หนึ่ง : น้ำน้อย (ไม่ถึงสองกุลละฮ์)
ซึ่งถูกใช้ในการทำความสะอาด เช่น
อาบน้ำวาญิบ หรืออาบน้ำละหมาด
หลักฐานคือหะดีษที่บุคอรีย์รายงาน (191) และมุสลิม (1616)
จากญาบิร บุตรอับดิลลอฮ์ (ร.ฎ.) กล่าวว่า
ท่านรอซูลุลลอฮ์ ﷺ ได้มาเยี่ยมฉัน
ขณะที่ฉันป่วยจนไม่ได้สติ
ท่านได้อาบน้ำละหมาด
แล้วเอาน้ำละหมาดนั้นรดลงบนตัวฉัน
และหากน้ำที่ใช้อาบน้ำละหมาดนั้นไม่สะอาด
ท่านนบี ﷺ ก็คงจะไม่รดลงบนร่างกายของเขา
แบบที่สอง : น้ำมุฏลักที่มีสิ่งสะอาดปนอยู่
ซึ่งไม่อาจแยกออกจากน้ำได้หลังจากผสมกันแล้ว
และทำให้น้ำสูญเสียความเป็นน้ำมุฏลัก
เช่น น้ำชา น้ำกาแฟ เป็นต้น
การพิจารณาให้ดูจาก สี กลิ่น และรส
หากเปลี่ยนไปจนไม่เรียกว่าน้ำตามเดิม
น้ำดังกล่าวจะยังสะอาด
แต่ ไม่สามารถใช้ทำความสะอาดตามบทบัญญัติได้
ประเภทที่ 4 : น้ำที่มีนะญิสตกลงไป
(อัลมาอ์ อัลมุนัจญิส)
น้ำประเภทนี้มีสองกรณี
กรณีที่หนึ่ง : น้ำน้อย (ไม่ถึงสองกุลละฮ์)
หากมีนะญิสตกลงไป
น้ำจะกลายเป็นน้ำมีนะญิสทันที
แม้ว่าสี กลิ่น และรส จะไม่เปลี่ยนแปลง
กรณีที่สอง : น้ำมาก (ตั้งแต่สองกุลละฮ์ขึ้นไป)
หากมีนะญิสตกลงไป
แต่น้ำไม่เปลี่ยนสี กลิ่น หรือรส
น้ำจะยังถือว่าสะอาด
แต่ถ้าเปลี่ยนอย่างใดอย่างหนึ่ง
น้ำจะกลายเป็นน้ำมีนะญิส
หลักฐานคือหะดีษจากอบูฮุร็อยเราะฮ์ (ร.ฎ.)
ท่านนบี ﷺ กล่าวว่า
“อย่าให้คนหนึ่งในพวกท่าน
ปัสสาวะลงในน้ำนิ่ง
แล้วอาบน้ำจากมัน”
สรุป : น้ำที่ใช้ทำความสะอาดได้
น้ำที่ใช้ทำความสะอาดตามบทบัญญัติได้ คือ
- น้ำประเภทที่ 1 (น้ำมุฏลัก)
- น้ำประเภทที่ 2 (น้ำถูกแดด แม้มีกฎรุกฮ์)
ส่วนน้ำประเภทที่ 3
แม้จะสะอาดในตัวเอง
แต่ใช้ได้เพียง ดื่มหรือหุงต้มเท่านั้น
และน้ำประเภทที่ 4
ไม่สามารถใช้ทำความสะอาด
ไม่ใช้ดื่ม และไม่ใช้ซักเสื้อผ้า
เพราะจะทำให้สิ่งนั้นกลายเป็นนะญิสด้วย
